แชร์โพสนี้

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ประเทศจีนได้เพิ่มรถบัสไฟฟ้า ที่มีขนาดเท่ากับรถบัสในกรุงลอนดอน ทุกๆ 5 สัปดาห์ เพื่อรองรับการเดินทางของประชากร และช่วยลดมลพิษทางอากาศที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ขณะที่ออสเตรียยังร่วมมือกับจีนเปิดขบวนรถไฟบรรทุกสินค้าใหม่ ซึ่งเดินทางไป-กลับ ระหว่างประเทศ เพื่อเป็นการเริ่มสร้างโอกาสทางความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจที่ดีในอนาคต นอกจากนี้จีนยังเร่งสร้างสนามบินแห่งใหม่ เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นทั้งใน และต่างประเทศ

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้จีนภายใต้การนำของประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง ได้เริ่มกระชับความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดไม่นานมานี้มีการพบปะหารือระหว่างผู้นำกับทางนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี (Narendra Modi) ของอินเดีย เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ ของทั้งสองประเทศให้ดีขึ้น หลังเกิดความขัดแย้งเรื่องเขตแดนบนเทือกเขาหิมาลัย เมื่อหลายเดือนก่อนรวมถึงหันไปเร่งพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศเป็นการชดเชย หลังมีประเด็นเรื่องภาษีสินค้านำเข้ากับทางสหรัฐฯ อยู่ ณ ตอนนี้

โดยรัฐบาลจีนมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาระบบคมนาคม เพื่อเพิ่มช่องทางการเดินทางของผู้คนในประเทศ และรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เพื่อขยายตัวเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ให้สามารถทำเงินให้กับประเทศให้ได้มากที่สุด

ล่าสุดทางรัฐบาลจีนได้ตัดสินใจ จัดซื้อรถบัสไฟฟ้า (E-Bus) จำนวนมากถึง 9,500 คัน ซึ่งเท่ากับจำนวนรถบัสทั้งหมดในกรุงลอนดอน และจะเพิ่มจำนวนขึ้นทุกๆ 5 สัปดาห์ เพื่อนำมาแทนที่รสบัสรุ่นเก่าที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง หลังจากที่มีผลสำรวจเผยถึงปัญหามลพิษทางอากาศภายในประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากควันท่อไอเสียรถยนต์ ที่ขับเคลื่อนโดยก๊าซธรรมชาติ หรือน้ำมันดีเซล ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเร่งหาทางออกของปัญหามลพิษนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อเพิ่มพื้นที่อากาศดีให้กับประเทศในอนาคต

นอกจากนี้ทางรัฐยังกล่าวเสริมว่า หากคำนวณค่าใช้จ่ายในระยะยาวแล้ว รถไฟฟ้าที่ใช้พลังงานขับเคลื่อนจากแบตเตอรี่นั้น มีต้นทุนที่ถูกกว่ารถบัสรุ่นเก่า อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาหมอกควันที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชากร และขณะนี้บางเมืองใหญ่ อย่างเช่น เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น ได้หยุดการซื้อรถบัสแบบเก่า เพื่อนำรถบัสไฟฟ้ามาใช้ในระบบคมนาคมแทนแล้ว

และนอกจากการขนส่งภายในประเทศ จีนยังเร่งขยายเส้นทางการขนส่งระหว่างประเทศ โดยล่าสุดได้ส่งขบวนรถไฟขนส่งสินค้าขบวนใหม่ ระหว่างจีน และออสเตรีย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อลดระยะเวลาการขนส่งสินค้าที่ปกติแล้ว จะขนส่งด้วยเรือสินค้าขนาดใหญ่ ซึ่งใช้ระยะเวลานานการขนส่งค่อนข้างนานมาก

โดยรถไฟขบวนนี้ ได้ออกเดินทางจากเมือง เฉิงตู มณฑลเสฉวน ไปยังกรุงเวียนนา ด้วยระยะทางกว่า 9,800 กิโลเมตร

ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการดิจิตอล และเศรษฐกิจของออสเตรีย กล่าวว่า การเปิดเส้นทางสายไหมนี้ เป็นก้าวแรกที่สำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการค้าของทั้งสองประเทศ อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ระหว่างทวีป เอเชีย และ ยุโรป อีกด้วย

และนอกจากการพัฒนาระบบขนส่งทั้ง รถบัส และรถไฟ จีนยังสร้างสนามบินแห่งใหม่ ที่คาดว่าจะเป็นอีกสนามบินที่ใหญ่ที่สุดของโลก ตั้งอยู่ในเขตต้าชิง ทางทิศใต้ของกรุงปักกิ่ง โดยสนามบินจะครอบคลุมพื้นที่กว่า 47 ตารางกิโลเมตร ซึ่งจากโครงสร้างจะเห็นได้ว่าตัวอาคารผู้โดยสารสองชั้นนี้ มีรูปทรงคล้ายดอกไม้ และมีรันเวย์มากถึง 7 รันเวย์ เพื่อรองรับผู้โดยสาร ที่คาดว่าจะมีจำนวนกว่า 100 ล้านคนต่อปี

โดยนายหลิว เสวี่ยซง ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท Capital Airports Holding ผู้ดูแลสนามบินปักกิ่งในปัจจุบัน กล่าวว่า หลายสายการบินจำเป็นที่จะต้องเพิ่มเที่ยวบิน เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ทำให้สนามบินปักกิ่งเพียงสนามบินเดียวไม่สามารถรองรับเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวได้ จึงจำเป็นต้องสร้างสนามบินแห่งใหม่นี้ เพื่อช่วยแก้ปัญหา และสนับสนุนการท่องเที่ยวในอนาคต

รวมถึงในโครงการนี้ยังมีการสร้างเส้นทางเชื่อมต่อกับรถไฟ และรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อให้บริการรับส่งผู้โดยสาร จากตัวเมืองกรุงปักกิ่ง รวมถึงเมืองใกล้เคียงอย่าง เทียนจิน และเหอเป่ย อีกด้วย

ตามรายงาน ระบุว่า สนามบินแห่งใหม่นี้จะเปิดให้บริการทั้งเที่ยวบินในประเทศ และระหว่างประเทศ ภายในปี 2562 (ปลายปีหน้า)

โลกยามเช้า

ต้อนรับอรุณรุ่งของวันใหม่ กับ โลกยามเช้า อัพเดทข่าวสารจากต่างประเทศก่อนใคร และสาระความรู้ ความบันเทิง จากทั่วทุกมุมโลก