แชร์โพสนี้

สมุทรปราการ – ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 19 ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งศาลได้มีการนัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ ฮ.6016/2561 อัยการเป็นโจทย์ยื่นฟ้อง นางกมลวรรณ จีนจะโปะ อายุ 50 ปี เจ้าของเนอสเซอรี่ซึ่งตั้งอยู่ ภายในหมู่บ้านสวัสดิ์ดี ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จำเลยที่ 1 ข้อหาดำเนินกิจการสถานรับเลี้ยงโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ส่วน นางอัมพร ดาวเรรัมย์ อายุ 28 ปี จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพี่เลี้ยง ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย 
 
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 จัดตั้งและคำเนินกิจการสถานรับเลี้ยงโดยไม่ได้รับ ใบอนุญาต และจำเลยทั้งสองร่วมกันทำร้ายเด็กชายจตุภัทร วรศาสตร์ จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์โจทก์ร่วมและจำเลยทั้งสองแล้วเห็นว่า เนื่องจากผล ชันสูตรจากสถาบันนิติเวช ผู้ตายได้เสียชีวิตจากสาเหตุ กระดูกซี่โครงซี่ที่ 2 ถึงที่ 4 ด้านข้าง หักเป็นเหตุ ให้ระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลวและถึงแก่ความตาย 
 
ทั้งนี้จำเลยที่ 1 ซึ่งประกอบกิจการรับเลี้ยงเด็กมี จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างผู้เลี้ยงดูเด็ก จำเลยที่ 1 จึงต้องดูแลจำเลยที่ 2 ให้เลี้ยงผู้ตายเป็นอย่างดี ตามที่ตนประกอบกิจการ เมื่อจำเลยที่ 1 อยู่ในบริเวณที่จำเลยที่ 2 เลี้ยงดูผู้ตายดังกล่าว เชื่อว่าจำเลยที่ 1 ต้องรู้เห็นถึงการกระทำของจำเลยที่ 2 ต่อผู้ตาย ซึ่งจำเลยที่ 1 ต้องหามปรามจำเลยที่ 2 มิให้กระทำดังกล่าว เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ห้ามปรามกลับให้จำเลยที่ 2 กระทำต่อผู้ตายจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวถือว่ามีเจตนาร่วมกรทำความผิด กับจำเลยที่ 2 ด้วย ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสอง จึงมีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายตามฟ้อง ส่วนความผิดฐานจัดตั้งหรือคำเนินกิการสถานรับเลี้ยงเด็กโดยไม่ได้รับใบอนุญาตสำหรับจำเลยที่ 1 นั้นเห็นว่าฟ้องโจทก์ไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานจัดตั้งหรือดำเนินกิจารสถานรับเลี้ยงเด็กโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำเลยที่จึงไม่มีความผิดฐานดังกล่าว และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมหดแทนแก่โจทก์ร่วมเป็นปลงศพผู้ตายละค่าใช้จ่ายอันจำเป็นในการจัดการศพเป็นเงิน 1 แสนบาท ค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดูแก่โจทก์รวมเป็นเงิน 320,000 บาท รวม เป็นเงิน 820,000 บาท พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 250 ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ3 ปีให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้คำสินไหมทดแทนเป็นเงิน 820,000 บาท พร้อมคอกเบี้ยอัตราร้อยละ35 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับตะวันที่ 25 เมษายน 2561 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
 
สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องจากวันที่ 30 เม.ย.61 น.ส.วราลี เสริมจันทร์ อายุ 35 ปี มารดาของ น้องนาวา ได้เข้า ร้องขอความเป็นธรรมกับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ช่วยให้ช่วยเร่งรัดคดี กรณีลูกชายวัย 11 เดือนเสียชีวิตปริศนาหลังจากได้พาน้องนาวา ไปฝากเลี้ยงที่เนอสเซอรี่ ภายในหมู่บ้านสวัสดี หมู่ 4 ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ได้เพียง 6 วัน ก่อนลูกชายจะเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 13.25 น. วันที่ 25 เม.ย. 
 
ขณะที่ด้านพี่เลี้ยงอ้างว่า น้องนาวา ขาดอากาศหายใจจากผ้าอ้อมปิดหน้า แต่เมื่อผลชันสูตรออกมากลับพบว่า กระดูกซี่โครงหักถึง 3 ซี่ อวัยวะภายในปิดและตับ ม้ามคั่งเลือด เซลล์สมองมีลักษณะเสื่อมและตายบางตัว ซึ่งได้คัดแย้ง กับคำให้การขอจำเลยทั้งสองคน ก่อนที่ทั้งคู่จะถูกแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ นั้นถึงแก่ความตาย 
 
บรรยากาศบริเวณหน้าศาล น.ส.วราลี เสริมจันทร์ แม่ของน้องนาวา ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการตั้งแต่ช่วงเช้า โดยได้นำรูปน้องนาวาติดตัวมาด้วย 
 
ซึ่ง น.ส.วราลี แม่ของน้องนาว กล่าว่า ตนต่อสู้เพื่อทวงความยุติธรรมให้ลูกชายมาเป็นเวลากว่า 1 ปี 3 เดือน วันนี้ศาลตัดสินให้ทางครูอ้อ และครูพี่เลี้ยงจำคุก 3 ปี ถึงแม้จะแลกกับชีวิตของลูกชายที่เสียไปไม่ได้ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงกระบวนการยุติธรรมว่าคนผิดต้องได้รับโทษ ซึ่งหากวิญญาณน้องรับรู้ ตนอยากบอกว่าแม่ได้ทวงความยุติธรรมให้ลูกแล้ว 
 
ส่วนผู้ต้องหาเองหลังจากเกิดเหตุแม่กระทั้งวันที่ศาลนัดสืบพยานก็ไม่เคยติดต่อเข้ามาคุยกับตนเลยซึ่งเค้าเองก็ยืนยันว่าจะสู้ให้ถึงที่สุด และทราบว่า ทั้งสองได้นำหลักทรัพย์มาขอยืนประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งนั้นก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตนเองก็จะต่อสู้จนคดีจะถึงที่สุดเช่นกัน
ข่าวเช้าวันหยุด

แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ แต่ข่าวไม่เคยมีวันหยุด เพื่อให้เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกคนเป็นเช้าวันสบายๆ ที่ไม่ตกข่าว ออกอากาศทางช่อง 3 และ HD ช่อง 33 เวลา 06.55 – 7.25 น.